วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การดาวน์โหลด Ubuntu Ubuntu

     เป็นระบบปฏิบัติการ Linux ที่แจกจ่ายให้คนทั่วไปได้ใช้ฟรีครับ สามารถดาวน์โหลดและนำมาติดตั้งได้เช่นเดียวกับโปรแกรม Windows ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ถ้าไม่ต้องการติดตั้ง เราก็สามารถรันระบบปฏิบัติการนี้ได้บนแผ่นซีดีได้เลย สำหรับวันนี้เราจะมาเริ่มต้นดาวน์โหลดเจ้าโปรแกรมนี้มาเก็บไว้ในเครื่องกันก่อนนะครับ
1. เข้าเว็บไซต์ www.ubuntu.com จะปรากฏหน้าจอดังรูปด้านล่างครับ จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “Get Ubuntu”

2. เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Download ให้คลิกที่ปุ่ม “Download and install” ครับ

3. เมื่อเข้าสู่หน้าจอดังรูปด้านล่าง ให้คลิกปุ่ม Start download ได้เลยครับ

4. จะปรากฏหน้าจอให้เราบันทึกได้เลยครับ โดยกดปุ่ม OK

5. เมื่อเราดาวน์โหลด Ubuntu เสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วเราจะนำ Ubuntu ไปใช้งาอย่างไรใช่มั๊ยครับ ?
วิธีการง่ายๆ ก็คือการไรท์ลงแผ่นซีดีครับ โดยผมใช้โปรแกรม Nero Express ครับ เปิดขึ้นมาแล้วเลือกที่เมนู Image, Project, Copy แล้วเลือก Disc Image or Saved Project ครับ

จากนั้นเราก็เลือกไฟล์ Ubuntu ที่ได้ดาวน์โหลดมาแล้วไรท์ได้เลยครับ

เป็นระบบปฏิบัติการ Linux ที่แจกจ่ายให้คนทั่วไปได้ใช้ฟรีครับ สามารถดาวน์โหลดและนำมาติดตั้งได้เช่นเดียวกับโปรแกรม Windows ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ถ้าไม่ต้องการติดตั้ง เราก็สามารถรันระบบปฏิบัติการนี้ได้บนแผ่นซีดีได้เลย สำหรับวันนี้เราจะมาเริ่มต้นดาวน์โหลดเจ้าโปรแกรมนี้มาเก็บไว้ในเครื่องกันก่อนนะครับ
1. เข้าเว็บไซต์ www.ubuntu.com จะปรากฏหน้าจอดังรูปด้านล่างครับ จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “Get Ubuntu”

2. เมื่อเข้าสู่หน้าจอ Download ให้คลิกที่ปุ่ม “Download and install” ครับ

3. เมื่อเข้าสู่หน้าจอดังรูปด้านล่าง ให้คลิกปุ่ม Start download ได้เลยครับ

4. จะปรากฏหน้าจอให้เราบันทึกได้เลยครับ โดยกดปุ่ม OK

5. เมื่อเราดาวน์โหลด Ubuntu เสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วเราจะนำ Ubuntu ไปใช้งาอย่างไรใช่มั๊ยครับ ?

วิธีการง่ายๆ ก็คือการไรท์ลงแผ่นซีดีครับ โดยผมใช้โปรแกรม Nero Express ครับ เปิดขึ้นมาแล้วเลือกที่เมนู Image, Project, Copy แล้วเลือก Disc Image or Saved Project ครับ

จากนั้นเราก็เลือกไฟล์ Ubuntu ที่ได้ดาวน์โหลดมาแล้วไรท์ได้เลยครับ


ที่มา : http://www.nattapon.com/2011/07/07/download-linux-ubuntu/

Linux Ubuntu



Ubuntu

     คือ Operating System หนึ่งที่พัฒนามาจากระบบ Unix แต่เป็นซอฟต์แวร์เสรีทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถแก้ไขดัดแปลงได้โดยเสรี

ข้อดีของ Ubuntu-ไม่มีไวรัสให้กวนใจ แม้จะมีไวรัสเข้าเครื่องก็ไม่สามารถรันได้ เพราะไม่มช windows

-บูตเร็ว อันนี้สุดยอดมากครับ บุตแล้วใช้ได้เลย ไม่ต้องรอโหลดโปรแกรม

-โปรแกรมเยอะแยะมากมายทั้งฟรีทั้งเสียเงิน เกมส์ มากมาย

-สามารถรัน .exe  ได้ โดยใช้ โปรแกรม Wine

ข้อเสีย

-ภาษาไทยยังไม่สมบูรณ์แบบในบางโปรแกรม

-คนที่เพิ่งหัดใช้อาจจะใช้ไม่ถนัด



ประวัติและลำดับการพัฒนา

     Ubuntu เปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2004 โดยเริ่มจากการแยกตัวชั่วคราวออกมาทำจากโครงการ Debian GNU/Linux เมื่อเสร็จสิ้นคราวนั้นแล้วก็ได้มีการออกตัวใหม่ๆทุก 6 เดือน และมีการอับเดตระบบอยู่เรื่อยๆ Ubuntu เวอร์ชันใหม่ๆที่ออกมาก็ได้ใส่ GNOME เวอร์ชันล่าสุดเข้าไปด้วย โดยแผนการเปิดตัวทุกครั้งจะออกหลังจาก GNOME ออกหนึ่งเดือน ซึ่งตรงข้ามกับทางฝั่งที่แยกออกมาจาก Debian อื่นๆ เช่นพวก MEPIS, Xandros, Linspire, Progeny และ Libranet ทั้งหมดล้วนมีกรรมสิทธิ์ และไม่เปิดเผยCode ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ในรูปแบบธุรกิจ Ubuntu เป็นตัวปิดฉากหลักการของ Debian และมีการใช้งานฟรีมากที่สุดในเวลานี้

     โลโก้ของ Ubuntu ยังคงใช้รูปแบบเดิมตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก ซึ่งสร้างโดย แอนดี้ ฟิสสิมอน ฟอนต์ได้รับการแจกมาจาก Lesser General Public License แล้วก็ได้มาเป็นโลโก้Ubuntu

     ส่วนประกอบต่างๆของUbuntu ส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากความไม่แน่นอนของ Debian โดยทั้งสองใช้ Debian's deb package format และ APT/Synaptic เป็นตัวจัดการการติดตั้งส่วนประกอบต่างๆ

     Ubuntu ร่วมมือกับ Debian ในการผลักดันให้เปลี่ยนกลับไปเป็น Debian ถึงแม้ว่าว่าได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ส่วนประกอบของทั้งสองไม่สามารถเข้ากันได้ ผู้พัฒนาUbuntuหลายๆคนว่ามีตัวจัดการรหัสของส่วนประกอบของDebianอยู่ภายในตัวมันเอง อย่างไรก็ตาม แลน เมอดั๊ก ผู้คิดค้น Debian ได้วิจารณ์ในเรื่องความเข้ากันไม่ได้ในหลายๆอย่าง ระหว่างส่วนประกอบของ Ubuntu กับ Debian กล่าวไว้ว่า Ubuntu แตกต่างเป็นอย่างมากจาก Debian ในเรื่องความเข้ากันได้

     นั้นคือแผนการที่จะแตกแยกโดยมีชื่อเรือกว่า Grumpy Groundhog มันควรจะมั่นคงแน่นอนในการพัฒนาและทดสอบ ผลักดันให้ซอร์สโค๊ด ออกไปโดยตรงจาก การควบคุมการแก้ไข ของโปรแกรมต่างต่างๆ และโปรแกรมประยุกต์นั้นก็ได้โอนย้ายไปเป็นส่วนของ Ubuntu นั่นควรจะอนุญาตให้ เหล่าpower users และ upstream developers ในการทดสอบโปรแกรมส่วนบุคคล พวกเขาน่าจะได้ทำหน้าที่ ถ้าโปรแกรมได้ถูกกำหนดเป็นส่วนประกอบที่ได้ทำการแจกจ่ายแล้ว นอกจากนี้แล้วยังต้องการที่จะสร้างส่วนประกอบขึ้นมาด้วยตัวของพวกเขาเอง มันควรจะสามารถจัดเตรียมล่วงหน้า ก่อนคำเตือนของการสร้างที่ผิดพลาด บนโครงสร้างที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นการเตรียมการเอาไว้ของ กัมไปร์ กราวฮ๊อก ร่วมมือกับ Debian Unstable ทุกๆ 6 เดือน และกัมไปร์ กราวฮ๊อก ได้ทำให้เป็นซอฟแวร์แบบสาธารณะแล้ว

     ปัจจุบัน Ubuntu ได้รับเงินทุนจาก บริษัท Canonical ในวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2005 นายมาร์ก ชัทเทิลเวิร์ธ และ บริษัทCanonical ประกาศสร้าง Ubuntu Foundation และเริ่มให้ทุนสนับสนุน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ จุดมุ่งหมายของการริเริ่มที่แน่นอนว่าจะสนับสนุนและพัฒนา เวอร์ชันต่อๆไปข้างหน้าของ Ubuntu แต่ในปี ค.ศ. 2006 จุดมุ่งหมายก็ได้หยุดลง นาย มาร์ก ชัทเทิลเวิร์ธ กล่าวว่าจุดมุ่งหมายที่จะได้เงินทุนฉุกเฉินจากความสัมพันธ์กับบริษัทCanonical คงจบลง

     ในช่วงเดือน กรกฎาคม ค.ศ. 2007 ได้มี Ubuntu Live 2007ขึ้น นายมาร์ก ชัทเทิลเวิร์ธ ประกาศว่า Ubuntu 8.04 (กำหนดการออกเดือนเมษายน ค.ศ. 2008) จะมีการสนับสนุน Long Term Support (LTS) เขาได้ดึงบริษัท Canonical มาเป็นคณะกรรมการในการออกเวอร์ชันการสนับสนุนLTSใหม่ๆทุกๆ 2 ปี

ที่มาhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B9%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B9

การเติบโตอันน่าทึ่งของ ระบบปฏิบัติการ Linux Ubuntu

 

     กูเกิล เสิร์ชเอ็นจิ้น ที่ก้าวขึ้นมาจนกลายเป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจในไอที มีพนักงานอยู่ราวๆ 20,000 คน เกือบครึ่งหนึ่งของคอมพิวเตอร์ที่พนักงานกูเกิลใช้ทำงานอยู่ทุก วันนั้นใช้ระบบปฏิบัติการ “อูบุนตู (Ubuntu)” ซึ่งเป็น “ลีนุกซ์ (Linux)” สายพันธุ์หนึ่งที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมีการปรับแต่งจากเดิมเล็กน้อยแล้วพนักงานในบริษัทเรียกกันเล่นๆ ว่า “กูบุนตู”
“มาร์ค ชัตเติลเวิร์ท” แห่งบริษัทแคโนนิแคล เศรษฐีหนุ่มจากแอฟริกาใต้ ผู้สนับสนุนหลักทางการเงินสำหรับระบบปฏิบัติการอูบุนตู ใช้เวลาเพียงแค่สี่ปีทำให้มันเติบโตอย่างรวดเร็ว บนพื้นฐานแนวความคิดโอเพ่นซอร์ซซอฟต์แวร์ที่เชื่อว่าความร่วมไม ้ร่วมมือจะนำมาซึ่งซอฟต์แวร์ระบบเปิดที่ดีกว่าและถูกกว่าซอฟต์แ วร์แบบปิด

 

ประเมินกันว่าปัจจุบันมีผู้ใช้อูบุนตูอยู่ ทั่วโลกมากกว่า 10 ล้านคน

 

     ขณะที่แต่เดิมมานั้นระบบปฏิบัติการ ลีนุกซ์จะใช้กันอยู่ในแวดวงจำกัดของนักพัฒนาและพวกที่ชอบเล่นกั บเทคโนโลยี ทว่าสำหรับอูบุนตูแล้ว เข็มมุ่งของชัตเติลเวิร์ท ชัดเจนมาแต่ต้นก็คือทำให้มันเป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วๆ ไปมากที่สุด เป้าหมายของเขาคือการสร้างลีนุกซ์ &nbs p; เดสก์ทอปสำหรับคนทั่วๆ ไป ไม่ใช่เฉพาะพวก “Geek”

 

     หากพิจารณาจากการเติบโตของ อูบุนตู ชัตเติลเวิร์ทและสหายก็น่าจะทำได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางเอ าไว้

 

     “คริส ดิโบน่า” ผู้จัดการฝ่ายโครงการโอเพ่นซอร์ซซอฟต์แวร์ แห่งกูเกิล กล่าวว่าเขาคิดว่าอูบุนตูเป็นลีนุกซ์เดสก์ทอปที่สามารถครองใจผู้ใช้งานได้ และบอกด้วยว่า ความหวังของลีนุกซ์ถ้าจะมีก็อยู่ที่อูบุนตูนี่แหละ

 

     ผู้ใช้ที่มีประสบการณ์กับวินโดวส์มาก่อนจะพบว่าการใช้งานอูบุนตูก็ง่ายและคล้ายๆ กัน เข้าถึงผู้ใช้ทั่วๆ ไปได้ค่อนข่างง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ของลีนุกซ์ ยอดผู้ใช้งานจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีอุปสรรคหลายอย่างหากต้องการจะผลักดันให้อูบุนตูขึ้นไ ปสู่ระบบปฏิบัติการกระแสหลักได้

 

     แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่แคโนนิแคลพยายามจะแก้ไขมาเป็นลำดับ และรักษาจุดยืนในการพัฒนาให้เป็นลีนุกซ์ เดสก์ทอปสำหรับคนทั่วๆ ไปไว้มั่นคง

 

     “ไอดีซี” ประเมินว่าปัจจุบันประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจอเมริกันใช้คอมพิวเตอร์ ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการอูบุนตู ส่วนในยุโรปนั้นการใช้งานยิ่งเป็นอย่างกว้างขวาง เช่น อูบุนตู 180,000 บนคอมพิวเตอร์สำหรับนักเรียนในมาซีโอเนีย 195,000 เครื่องของโรงเรียนในสเปน และกว่า 80,000 เครื่องในหน่วยงานสภาและสำนักงานตำรวจฝรั่งเศส

 

     แม้ว่าในเชิงธุรกิจแล้ว แคโนนิแคล ยากจะทำกำไรได้ แต่เป้าหมายของชัตเติลเวิร์ทคือการสร้างความเปลี่ยนแปลงขั้นพื้ นฐานให้กับโลกของระบบปฏิบัติการบนพื้นฐานของโอเพ่นซอร์ซซอฟต์แวร์ (Open Source) ซึ่งเชื่อกันว่าในสภาพวิกฤตเศรษฐกิจที่ลามไปทั่วโลกเวลานี้ คือ โอกาสทองของโอเพ่นซอร์ซซอฟต์แวร์เลยทีเดียว

 

 

ที่มา : Random Posts